นพ.เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) แถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ โอไมครอน ว่ามีการยืนยันผู้ติดเชื้อในอย่างน้อย 77 ประเทศนับตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ดับเบิลยูเอชโอคาดการณ์ว่า เชื้อตัวนี้ซึ่งมีอัตราการแพร่กระจายได้ง่ายกว่าเชื้อเดลตา น่าจะแฝงตัวไปแล้ว “ในแทบทุกมุมโลก” เพียงแต่ยังตรวจไม่พบเท่านั้น ขณะเดียวกัน แม้เชื้อโอไมครอนก่อให้เกิดอาการป่วยรุนแรงในอัตราที่ต่ำกว่าเชื้อสายพันธุ์อื่น รวมถึงเชื้อเดลตา แต่ขอให้ทุกฝ่ายตระหนักว่า ความรวดเร็วของการแพร่ระจายอาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข ซึ่งจะต้องแบกรับภาระทั้งหมดอีกครั้ง

ขณะที่ นพ.ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า มีข้อบ่งชี้ในเบื้องต้น ว่าเชื้อโอไมครอน “มีผลเล็กน้อย” ต่อการทำงานของวัคซีนโควิด-19 ในการลดความเสี่ยงจากการป่วยหนักและการเสียชีวิต และ “มีผล” ต่อการป้องกันการติดเชื้อและการเกิดอาการป่วยแบบเบาบาง แต่ไม่ได้หมายความว่า วัคซีน “ไม่มีประสิทธิภาพ”

ทั้งนี้ ประเด็นนับจากนี้อยู่ที่ว่า วัคซีน “ทำได้มากแค่ไหน” เมื่อต้องเผชิญกับเชื้อโอไมครอน อย่างไรก็ตาม ดับเบิลยูเอชโอยังคงเชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพของวัคซีนทั้งหมดซึ่งใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือบูสเตอร์นั้น นพ.เทดรอสกล่าวว่า การฉีดวัคซีนเพิ่มเติม “สามารถมีบทบาท” ในการป้องกันโรคโควิด-19 ได้ “ตราบใดที่เป็นการฉีดให้กับกลุ่มประชากรที่สมควรได้รับ”